วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2555

การแต่งการของนักศึกษาไทย นางสาว อรพรรณ สอนทรัพย์ รหัสนิสิต 53242902


                                                                   บทความวิชาการ
                                                   เรื่อง การแต่งการของนักศึกษาไทย
                          รายวิชา  ปัญหาสังคมและประเด็นสำคัญด้านการพัฒนา (830329)
                                  โดย  นางสาว  อรพรรณ สอนทรัพย์  รหัสนิสิต  53242902

            ปัจจุบันค่านิยมเรื่องเครื่องแต่งกายของวัยรุ่นวัยเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องแบบนักศึกษาหญิงและชายในระดับอุดมศึกษาตามสถาบัน ต่างๆ กำลังกลายเป็นสิ่งที่สังคมไทยเริ่มวิตกกังวลพฤติกรรมการแต่งกายแบบล่อแหลม ชอบสวมเสื้อที่รัดเข้ารูป กระโปรงสั้น ผ่าสูง หรือไม่ก็สวมกางเกงยีนซีดๆ ขาดๆ และสวมรองเท้าแตะ ซึ่งมองดูเป็นแฟชั่นที่ไม่เหมาะสมโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาหญิง ต้องยอมรับว่าแฟชั่นเสื้อผ้าการแต่งกายของวัยรุ่นเปลี่ยนแปลงไปมาก และนิยมแต่งตัวตามวัฒนธรรมจากต่างชาติ ยิ่งชุดเครื่องแบบนักศึกษาในปัจจุบันก็ได้รับอิทธิพลดังกล่าวด้วย รู้สึกห่วงทัศนคติการแต่งกายเช่นนี้ เพราะว่าภาพที่แสดงออกมาให้กับผู้คนทั่วไปกลับกลายเป็นการสื่อความหมายใน เรื่องเพศ ไม่น่ามองมากกว่าความโก้เก๋หรือสวยงามการสวมใส่เครื่องแบบชุดนักศึกษาของทุกคนก็จะต้องคำนึงถึงเกียรติยศศักดิ์ศรีของตัวเองและมหาวิทยาลัยเช่นกัน การแต่งตัวตามสไตล์ที่ชอบหรือเป็นตัวของตัวเองไม่ไปลอกเลียนแบบใครเป็น เรื่องที่ดี แต่เมื่อเราอยู่รวมกับคนหลายกลุ่มหลายวัย การแต่งกายให้เหมาะสมกับสถานที่เหมาะสมสถานะของตัวเอง น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนที่พบเห็นนั้นชื่นชมและสร้างคุณค่าให้กับตนเอง การที่มหาวิทยาลัยออกกฎระเบียบให้นักศึกษาได้ปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องชุดเครื่องแบบนักศึกษา ไม่ใช่เป็นการทำเพื่อชื่อเสียงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับมหาวิทยาลัย เพียงอย่างเดียว แต่นั่นยังหมายถึงการฝึกฝนให้นักศึกษาได้เรียนรู้ปรับตัวเองให้อยู่ร่วมกัน กับผู้คน และรู้จักเคารพกติกาของสังคมอีกด้วย การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงามเป็นสิ่งที่สร้างมนต์เสน่ห์ดึงดูดสายตาผู้คน แต่ถ้าเมื่อใดการแต่งกายในลักษณะนั้นกลับสร้างความรู้สึกขัดแย้งกับวัฒนธรรมของสังคมพฤติกรรมการแต่งกายของนักศึกษาที่กำลังฮิตอยู่ในเวลานี้ จึงย่อมบ่มเพาะปัญหาให้กับตัวนักศึกษาเอง
            การแต่งกายของนิสิต นักศึกษาก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรม อาทิ การล่วงละเมิดทางเพศ การข่มขืน ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของสถาบันและของตนเองนักศึกษาจึงควรมีจิตสำนึกของตนเองในการแต่งกายให้เหมาะกับกาลเทศะโดยเฉพาะนักศึกษาหญิง ควรแต่งกายให้มิดชิด เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมทางเพศจากผู้ที่ไม่ประสงค์ดี จะนุ่งสั้นก็ให้พองาม ให้เหมาะกับการเป็นกุลสตรี และก็เพื่อตัวนักศึกษาเอง และถือเป็นการให้เกียรติสถาบันด้วย ส่วนนักศึกษาชาย ให้แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยในการมาเรียน หรือถ้าไม่มีเรียน ใส่ชุดเล่นมา ก็ขอให้แต่งกายสุภาพการแต่งกายของนักศึกษาทั้งหญิงและชาย ตามกระแสแฟชั่นในสถานศึกษาทั้งรัฐและเอกชน และนักศึกษาว่าอะไรคือ ความถูกต้องในการสวมใส่เข้าเรียนและสอบ ส่วนแม่ค้าชอบชุดนักศึกษาประยุกต์สุดฮิตที่ขายดีต้อง เล็ก ฟิต สั้น ที่ทำไห้ส่งผลกระทบต่อนักศึกษาและต่อสังคม
๑) แฟชั่นชุดนักศึกษายุคใหม่ที่เน้นตามกระแสแฟชั่นได้รับความนิยมสูง ขายดีทั้งชุดของผู้ชายและผู้หญิงเพราะราคาถูก ดูทันสมัย ทางด้านผู้ปกครองก็กลัวเพราะชุดที่ลูกๆ สวมใส่กันนั้น ช่างวาบหวามสุดๆ ผ่าลึก กระโปรงสั้น เสื้อตัวเล็ก ฟิต รัดติ้ว เกรงเกิดภัยกับลูกตัวเอง
"การแต่งกายโป๊ หรือแต่งไม่เหมาะสมหลังจากที่ได้ศึกษาไม่ใช่แค่เพียง นักศึกษา เท่านั้น แต่ปัจจุบันลามไปถึงเด็กในระดับมัธยมศึกษาแล้ว แท้จริงแล้วการแต่งกายเสื้อผ้าเล็กเกินไป นอกจากจะดูไม่งามแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็กด้วย
๒)ปัญหาอาชญากรรม การถูกล่วงละเมินทางเพศ การข่มขืน การถูกล่อล่วงไปกระทำอนาจารส่งผลต่อวัฒนธรรมการแต่งกายที่ดีงามของนักศึกษา ที่เป็นปัญญาชนกลับถูกมองในด้านลบเสื่อมเสียไปถึงสถาบันที่ศึกษา
๓) เป็นการตามกระแสนิยมที่ผิดๆ เป็นกระแสนิยมที่ทำให้เกิดการเลียนแบบการแต่งกายของเด็กตามผู้ใหญ่ ทำให้สิ้นเปลื้องเงินของผู้ปกครองโดยใช่เหตุและยังเป็นการปลูกฝังค่านิยมแก่คนรุ่นน้องที่ผิดๆวผู้สวมใส่
          ปัญหาการแต่งเครื่องแบบนักศึกษาที่ในปัจจุบันเป็นไปตามกระแสแฟชั่นจนดูไม่ เหมาะสม ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จึงร่วมกันรณรงค์การแต่งกายให้เหมาะสม โดยจะดำเนินการเพื่อให้เป็นวาระระดับชาติโดย รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการรณรงค์การแต่งกายชุดนักศึกษา เห็นว่า ปัจจุบัน นักศึกษาแต่งกายไม่ค่อยเหมาะสม เช่น ชุดนักศึกษากระโปรงสั้นเกินไป ผ่าสูง เสื้อรัดเกินไป บางเกินไป เป็นต้น อีกทั้งการแต่งกายลักษณะเช่นนี้ค่อนข้างโป๊และยั่วยุเกินไป จึงเห็นว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ควรจะร่วมกันจัดโครงการรณรงค์เรื่องการแต่งกาย โดยทำให้เป็นวาระระดับชาติ หาทางกระตุ้นนักศึกษาให้เห็นถึงอันตรายจากลักษณะการแต่งกายที่ไม่เหมาะสมที่ ล่อแหลม และให้เด็กรู้จักคิดไตร่ตรอง รวมถึงปรับปรุงการแต่งกายให้เหมาะสมมากขึ้นด้าน ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา การแต่งกายโป๊ หรือแต่งไม่เหมาะสม จากที่ผมได้ศึกษาไม่ใช่แค่เพียงนักศึกษาเท่านั้น แต่ปัจจุบันลามไปถึงเด็กในระดับมัธยมศึกษาแล้ว ซึ่ง นักเรียน นักศึกษาส่วนใหญ่ก็ยังมีค่านิยมกับแฟชั่นเหล่านี้ แท้จริงแล้วการแต่งกายรัดเกินไป นอกจากจะดูไม่งามแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กเองด้วย หากวันนี้เราเริ่มรณรงค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ ช่วยสร้างค่านิยมที่เหมาะสมใหม่ ต่อไปปัญหาการแต่งกายแบบนี้ก็ลดลง รมช.ศธ.และ คุณหญิงไขศรีร่วมหารือกับรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ถึงทางแก้เรื่องการแต่งชุด นิสิต-นักศึกษาคุณ หญิงไขศรี ศรีอรุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายวรากรณ์ สามโกเศศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) การประชุมรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต-นักศึกษากำหนด กลยุทธ์ในการรณรงค์การแก้ปัญหาการแต่งกายของนักศึกษาทั้งนี้ คุณหญิงไขศรี กล่าวว่า ปัญหานี้ได้เคยหารือกันแล้ว แต่วันนี้จะเป็นการหารือกันอย่างกว้างขวางมากขึ้น โดยจะขอให้มหาวิทยาลัยกว่า 30 แห่ง ได้พูดถึงปัญหาของตนเอง ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นพ้องว่า การบังคับให้นักศึกษาที่แต่งตัวไม่เหมาะสมและล่อแหลมนั้น ไม่ควรใช้กับปัญญาชน เนื่องจากระเบียบของแต่ละมหาวิทยาลัยแตกต่างกัน แต่จะเป็นการร่วมกันให้นักศึกษาบางรายที่แต่งกายไม่เหมาะสมหรือล่อแหลมเกิน ไป ให้ตระหนักในการรับผิดชอบต่อสังคมว่าสิ่งไหนควรทำ หรือไม่ควรทำทางมหาวิทยาลัย มีบทบาทในการดูแลการแต่งกายของนักศึกษา โดยเฉพาะอาจารย์ประจำห้องที่สามารถดูแลนักศึกษาได้โดยตรง และผู้นำนักศึกษา หรือ องค์การนักศึกษา ต้องมีบทบาทในการดูแลนักศึกษากันเองด้วยคุณหญิงไขศรีกล่าวส่วน นายวรากรณ์ กล่าวว่า การแต่งกายของนักศึกษาที่นุ่งกระโปรงสั้น เสื้อรัดรูป เป็นเรื่องที่นักศึกษาเองรู้ว่าผิดระเบียบ แต่ก็ไม่อยากตกเทรน ซึ่งการแต่งกายลักษณะนี้จะยังส่งผลถึงความปลอดภัยแก่ตัวเองและยังเกี่ยวพัน ถึงเรื่องวัฒนธรรม ดังนั้นในการประชุมครั้งนี้จะได้ร่วมกันหาทางดูแลแก้ไข โดยจะผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้ามาร่วมกันแก้ปัญหานี้กันอย่างจริงจังอย่าง ไรก็ตาม ความเห็นในการประชุมทั้งหมดจะรวบรวมให้นายกสภามหาวิทยาลัย และอธิการบดีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อให้กฎระเบียบเกี่ยวกับการแต่งกายนักศึกษามีประสิทธิภาพมาก
๑)ปัจจุบันนี้ทุกท่านคงจะสังเกตเห็นแล้วว่ามหาวิทยาลัย มีปัญหานักศึกษาแต่งกายไม่ถูกต้องตามระเบียบ  หรือไม่สุภาพมากขึ้น จุดนี้เป็นข้อเท็จจริงที่เราพบเห็นได้ประกอบกับทางสำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษาขอให้ช่วยกันสอดส่อง กวดขัน ดูแล และกำหนดวิธีการในการแก้ไขเรื่องการแต่งกายของนักศึกษาให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้นด้วย
๒)กรณีการแต่งกายของนักศึกษาขณะเรียนที่ไม่เหมาะสม เช่น เสื้อเชิ้ตขาวกับกางเกงยีน ปล่อยชายเสื้อ รองเท้าแตะ เสื้อเชิ้ตขาวมีลายต่างๆตามตัวเสื้อ บวกกับบางคนที่ไม่รีดมาด้วยแล้วยิ่งดูไม่เหมาะสม หรือประเภทผ้าโสร่งชุดบ้านเลยก็มี หรือประเภทรัดติ้วรัดสะจนหายใจไม่ออกไม่กล้าทานมากเพราะกระดุมมัน อาจกระเด็นกระดอนไปมาได้ หรือเป็นการสร้างความมั่นใจจนเกินพอดีกลายเป็นการแต่งกายที่เรียกว่า " ไม่ถูกกาลเทศะมากกว่า"คำนี้ต่างหากที่เขามองว่าไม่เหมาะสม เพราะไปงานศพก็อีกแบบ ไปงานเลี้ยงก็อีกแบบ ไปวัดก็อีกแบบหากนักศึกษาไม่มีคำนี้ในใจแล้วก็คงยากที่หน่วยงานของรัฐ หรือสถานประกอบการที่จะรับนักศึกษาเข้าทำงานเพราะเขาก็จะต้องมีเครื่องแบบ ของเขาเช่นกัน สิทธิ ส่วนบุคคล เรื่องความพอใจของแต่ละคนก็เข้าใจ แต่การเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีหน้าที่เรียน ติดต่อหน่วยงานต่างๆ ก็ต้องคำนึงถึงการแต่งกายที่เหมาะสมให้ถูกต้องตามกาลเทศะและให้เกียรติสถาน ที่ด้วยเช่นกัน อยู่บ้าน อยู่หอ อยู่กับเพื่อน แต่งอย่างไรไม่มีใครว่า แต่แต่งชุดนักศึกษาต้องสุภาพ เรียบร้อย
๓) อยากให้นักศึกษาภูมิใจได้แต่งกายถูกระเบียบ ทำได้ไม่ยาก ลองทำดูจะรู้ว่ามันภูมิใจจริง
๔)การแต่งกายถูกต้องไม่เพียงเป็นการเชิดชูสถาบันเพียงอย่างเดียวแต่ยังเป็นการปลูกฝังค่านิยมการแต่งกายที่ถูกต้อง เรียบร้อย เหมาะสมกับการเป็นปัญญาชน
๕)ยังเป็นการป้องกันและลดปัญหาการล่อล่วงทางเพศ การกระทำอนาจารปัญหาอาชญากรรมการข่มขืน
            การแต่งกายของนักศึกษาทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยเฉพาะนักศึกษาผู้หญิง ถ้าแต่งกายเกินขอบเขตอันเหมาะสม ล่อแหลมเกินควร เปิดเผยเนื้อตัวร่างกายเกินไป จนมีลักษณะยั่วยุทางเพศหรือไม่สุภาพไม่เหมาะสมกับกาลเทศะ ไม่ว่าจะเป็นชุดที่แต่งในโอกาสทั่วไป หรือชุดนักศึกษาจะถูกห้ามขึ้นอาคารหรือเข้าห้องเรียน ยิ่งกว่านั้น หน่วยงานต่างๆ ในมหาวิทยาลัยมีสิทธิงดให้บริการได้นิยามของการแต่ง กายที่เกินขอบเขตอันเหมาะสมสำหรับนักศึกษาหญิงคือ การใส่เสื้อเอวลอยเหนือสะดือ เสื้อเกาะอก เสื้อสายเดี่ยว เสื้อแขนกุด เสื้อรัดรูปเกินไป กระโปรงสั้นเห็นต้นขา กางเกงขาสั้นเลยเข่าขึ้นมา กางเกงเล กางเกงเอวต่ำกว่าสะโพก ชุดนอนหรือ การแต่งกายที่เห็นได้ชัดแจ้งว่าล่อแหลมเกินควรจนมีลักษณะยั่วยุทางเพศ ซึ่งคำนิยามนี้อาจมองได้ว่า ผู้บริหารมหาวิทยาลัยรังเกียจในเรื่องโป๊ๆ เปลือยๆ เป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่สอดคล้องกับอุดมการณ์รักนวลสงวนตัวที่เชื่อว่าเป็นประเพณีไทยแท้แต่ โบราณ ที่จะช่วยปกป้องนักศึกษาหญิงให้รอดพ้นจากภัยทางเพศได้อย่างไรก็ตาม หากตีความตามหลักฐานในเรื่องความทรงจำร่วมในเรื่องเพศของสังคมไทย ก็มองได้ว่าการควบคุมการแต่งกาย หรือเนื้อตัวร่างกายของนักศึกษานี้สะท้อนว่ามหาวิทยาลัยที่เคยประกาศอย่าง ภาคภูมิใจว่ายืนอยู่บนระนาบเดียวกับชาวบ้านกลับยึดเอาอุมดการณ์ของคนชั้นสูง เข้าไปอย่างไม่รู้ตัวซึ่งการค้นคว้าและวิเคราะห์เพิ่มเติม มีข้อค้นพบเบื้องต้นว่า คนไทยชนชั้นกลาง/ล่างจำคลาดเคลื่อนในเรื่องเพศหลายประการ โดยไปเหมารวมเอาวิถีของชนชั้นสูงว่าเป็นเรื่องของตนหรือ หากมองอีกมุมหนึ่ง เป็นไปได้หรือไม่ว่าคนไทยคนชั้นกลางและล่างบางกลุ่มก็อยากจะเขยิบรสนิยมของ ตัวเองให้เข้าใกล้ชนชั้นสูง โดยปฏิบัติตามสุภาษิตสอนหญิง ซึ่งได้อ้างถึงข้อมูล ที่วิพากษ์การนำสุภาษิตสอนหญิงมาใช้สอนวัยรุ่นหญิงว่า หนังสือเล่มดังกล่าวนี้จัดเป็นคู่มือประเภทฮาวทู ของลูกสาวเจ้านายและชนชั้นผู้ดี ยุคต้นรัตนโกสินทร์ที่ไม่ต้องทำงานอะไรนอกจากแต่งตัวหาผัว ไม่ใช่คู่มือของลูกสาวชาวบ้านที่เป็นไพร่บ้านพลเมืองที่จะมามัวงอมืองอตีน แต่งตัวหน้าตาท่าทางนั่งพับเพียบเรียบร้อยเป็นกุลสตรีก็ไม่มีข้าวปลาอาหาร กรอกหม้อยิ่งกว่านั้น จากบันทึกเกี่ยวกับการแต่งกายของหญิงชายสามัญชนคนสยาม ซึ่งมักปรากฏในบันทึกของชาวต่างชาติ มากกว่าบันทึกของคนไทย เนื่องจากเป็นเรื่องแปลกหูแปลกตาควรค่าแก่การบันทึก ในขณะที่เจ้านายไทยซึ่งเป็นชนชั้นที่พอจะอ่านออกเขียนได้เห็นเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา อีกทั้งยังเป็นเรื่องของไพร่ที่ไม่ควรมีที่ทางในบันทึกใดๆ เซอร์จอห์น เบาว์ริง พูดถึงการแต่งกายของหญิงสามัญชนคนสยามในสมัยรัชกาลที่ 4 ว่า สาวรุ่นใช้ผ้าพันคอชนิดยาว ที่เป็นผ้าไหมชนิดหนึ่งปกปิดทรวงอกเป็นการกระทำอย่างประณีต ที่ส่วนใหญ่จะถูกละเลยภายหลังการสมรส อันที่จริง การเปิดเผยร่างกายส่วนเหนือเอวขึ้นไปไม่เชื่อมโยงกับความรู้สึกว่าน่าอาย หรือว่าเสียมารยาทแต่อย่างใดจึงเป็นไปได้ว่าการแต่งกายที่ถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดความมีมารยาทหรือความ เป็นผู้หญิงรักนวลสงวนตัวเป็นวิธีคิดที่เกิดขึ้นในสังคมไทยเมื่อไม่นานมานี้เองเรื่องราวทางเพศ ของสามัญชนคนสยามแทบจะไม่มีการบันทึกไว้ในเอกสารประวัติศาสตร์ที่ทางการมัก ใช้อ้างอิงแต่ปรากฏในหลักฐานต่างๆ ของท้องถิ่น เช่น เพลงพื้นบ้าน ประเพณีพื้นบ้าน และภาพจิตรกรรมฝาผนังตามวัดวาอาราม เป็นต้น ส่วนเรื่องราวที่ปรากฏในตำราเรียน หรือสารคดีประวัติศาสตร์ที่คนชั้นกลางอ่านกันนั้น ล้วนเป็นเรื่องของชนชั้นนำผู้ชาย และเป็นเรื่องการบ้านการเมือง การปกครอง หลักฐานทางการเหล่านี้มักมีอายุย้อนไปไม่นานนัก ผู้ศึกษากระตุ้นให้คิดว่า ความทรงจำร่วมในเรื่องเพศของคนไทยปัจจุบันดูจะเป็นการเลือกจำจากข้อมูลที่ ถูกคัดสรรมาแล้ว จึงเป็นความทรงจำที่แหว่งๆ วิ่นๆ จากงาน จึงพอจะสรุปได้ว่าไม่มีหลักฐานใดๆ บ่งบอกว่าการแต่งกายมิดชิดของหญิงไทยเป็นประเพณีไทยแท้แต่โบราณ เพราะเรื่องราวที่บันทึกไว้นั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของอดีต และแม้แต่การจำสิ่งที่บันทึกไว้ ก็ยังเป็นการเลือกจำเพียงบางเรื่อง และบางเหตุการณ์
การที่ มหาวิทยาลัยออกมาประกาศควบคุมการแต่งกายของนักศึกษาในเวลาไล่เลี่ยกับที่มี เหตุการณ์ละเมิดทางเพศ นอกจากจะสะท้อนถึงมุมมองคนชั้นสูงในอดีตแล้ว ยังเป็นการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์กับสังคม และสุ่มเสี่ยงต่อการชวนให้คิดไปต่างๆ นาๆ ว่า นักศึกษาหญิงคือสื่อโป๊เคลื่อนที่ ดังนั้น สาเหตุของการละเมิดทางเพศก็มาจากตัวผู้หญิงเอง หรือผู้ชายมีอารมณ์เพศตามธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้ ส่วนผู้หญิงไม่มีอารมณ์เพศตามธรรมชาติมากเท่ากับผู้ชาย หรือหากมีก็ควรควบคุมเอาไว้ให้จงหนัก และวิธีการควบคุมที่ง่ายที่สุดคือการนำค่านิยมรักนวลสงวนตัวมาใช้ เพราะความคิดที่ว่า การนุ่งน้อยห่มน้อยนำไปสู่อารมณ์เพศ และปฏิบัติการทางเพศ นั้นแทบไม่ต้องการการพิสูจน์ใดๆบทบาทของสถาบัน การศึกษาไม่ควรตอกย้ำความเชื่อบางอย่างโดยไม่มีการพิสูจน์ หรือวิพากษ์วิจารณ์ มหาวิทยาลัยควรเป็นผู้ชักชวนสังคมให้ตั้งคำถามต่อไปว่า การแต่งกายของผู้หญิงสยามในอดีตยั่วยุกามารมณ์หรือไม่ หรือผู้ชายไทยมีกามารมณ์มากกว่าชายชาติอื่น? ชายไทยแยกแยะจินตนาการทางเพศกับปฏิบัติการจริงทางเพศไม่ได้? ชายไทยปัจจุบันระงับกามารมณ์ของตนได้น้อยกว่าชาติอื่นหรือชายไทยในอดีต? ชายไทยปัจจุบันนิยมการใช้อำนาจ โดยอ้างกามารมณ์ตามธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้มากกว่าผู้ชายชาติอื่นหรือผู้ชาย ไทยในอดีต? หรือมีความคิดความเชื่อบางอย่างที่เป็นตัวแปรสำคัญทำให้ เมื่อชายไทยเห็นผู้หญิงแต่งตัวนุ่งน้อยห่มน้อยแล้วเกิดอารมณ์เพศ และต้องมีปฏิบัติการทางเพศเพื่อระบายออก? การประกาศเพียงแค่ว่า หันมาแต่งกายมิดชิดกันเถอะจึงไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะยังมีคำถามที่ต้องถามต่อไปให้สุดทางรออยู่อีกปมหนึ่งคือเรื่องหญิง-ชาย ที่เวลามองเรื่องนี้แล้ว มุมมองเรื่องเพศภาวะ (Gender) ก็มีส่วนมาเกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรอบการมองด้วยสายตา "ชายเป็นใหญ่" เช่น ชายทำแบบนี้ได้ ผู้หญิงทำไม่ได้ ไม่เหมาะกับสังคม คือชายแต่งตัวยังไงยังไงก็ไม่มีใครว่า แต่หญิงสาวอย่านุ่งน้อยห่มน้อยเพราะมันไม่ค่อยถูกตาของประชาชนเท่าไหร่แต่ที่เกี่ยวมากๆ คือปมเรื่องสถาบันและอุดมคติของความเป็นนิสิตนักศึกษา ที่มองว่านิสิตนักศึกษาคือปัญญาชน คือผู้เล่าเรียนที่จะนำสังคมไปสู่สังคมที่ดีกว่า ในอดีตนิสิตนักศึกษามีบทบาทอย่างมาก ในรั้วมหาวิทยาลัย การจัดค่ายสร้าง ค่ายอาสา ทำจดหมาย วารสารต่างๆ เป็นสิ่งที่เป็นกิจกรรมที่นิสิตนักศึกษาเรียนรู้ แต่เมื่อปี 2521 นั้น กิจกรรมที่กล่าวมาข้างต้นค่อนข้างจะลดลง แต่เพิ่มกิจกรรมนันทนาการมากขึ้นเช่น ชมรมเชียร์ กีฬา เป็นต้น ดังนั้นต่อมากิจกรรมที่ปัญญาชนให้ความสนใจคือกิจกรรมหลักๆ แบบหลัง และนักศึกษาเองก็ไม่ได้มีเกราะคุ้มกันตัวเองเหมือนเมื่อก่อนสังคมเปลี่ยนแปร โลกาภิวัตน์ กระแสทุนนิยมเข้ามาอย่างเชี่ยวกราก เยาวชน คนหนุ่มสาว นิสิตนักศึกษาเป็นเสมือนตลาดใหญ่ของมัน คุณค่าของคนถูกตีค่าในนิยามความหมายขึ้นใหม่ เป็นรูปลักษณ์ภายนอก ความสวยงาม ความดึงดูด ต่างๆ เป็นปัจจัยที่ทำให้คนมองว่าเป็นคุณค่าของตนมากกว่าคุณค่าความงดงามภายในตน นิสิตนักศึกษาเสมือนอยู่ภายใต้พันธนาการของเครื่องแบบ - เครื่องแบบนิสิตนักศึกษาจึงเสมือนการให้คุณค่าของปัญญาชนที่ไม่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยที่เปลี่ยนความเป็นปัญญาชนของนิสิตนักศึกษายังมีอยู่มากน้อยเพียงใด มิอาจบอกได้, แต่ที่น่าสนใจไปกว่าคือความเป็นปัญญาชนของคนนั้นๆ อะไรจะสำคัญกว่ากันมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกและความคิดภายใน เสื้อผ้าอาภรณ์เป็นเพียงสิ่งสวมใส่ เมื่อสังคมย่างกลายสู่ยุคโมเดิร์น เครื่องแบบได้ทำให้นิสิตนักศึกษาดีชั่วหรือเปล่าละ คนจะดีจะเลว คนจะเข้าใจสังคม จะไม่ก่อปัญหาอาชญากรต่างๆ ถามว่า ชุดสั้นๆ ของนักศึกษาเป็นเงื่อนไขมากน้อยเพียงใด หรือเครื่องแบบเป็นเพียงจำเลยของสังคม สังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ในต่างๆ ประเทศ มหาวิทยาลัยหลายแห่ง เช่น อังกฤษ หรือสหรัฐ ก็ไม่ได้จำกัดการแต่งตัวของนักศึกษา ส่วนในเมืองไทยก็มีบางสถาบันที่เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาไม่ต้องใส่เครื่องแบบมาเรียน แต่เมื่อมาสอบต้องใส่ชุดนักศึกษามา แน่นอนว่า เครื่องแบบ มีทั้งคุณและโทษ แต่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ชุดเครื่องแบบถือเป็นพันธนาการที่สามารถควบคุม กำกับสิทธิความเป็นพลเมืองของคนหนุ่มสาวที่อยู่ในรั้วสถาบันการศึกษาได้อย่างแนบเนียนการแต่งกายแฟชั่นชุดนิสิตนักศึกษาสมัยนี้ที่ดึงเอาแฟชั่นเสื้อเอวลอย กางเกงเอวต่ำมาผสมผสานกับเครื่องแบบชุดนิสิตนักศึกษาอันทรงคุณค่าแบบเดิมๆ จนออกมาเป็นชุดนักศึกษาแบบเสื้อเข้ารูป กระโปรงเอวต่ำ และได้รับความนิยมจากบรรดานิสิตนักศึกษาสาวทั้งหลายเลือกซื้อหามาสวมใส่กันให้ความสนใจกับแฟชั่นชุดนิสิตนักศึกษามากขึ้นเพราะ กระโปรงแบบนี้ราคาไม่แพง ยิ่งถ้าเวลาไปซื้อหลายๆ ตัวก็ได้ลดราคาลงมาอีกแค่ร้อยกว่าบาทเท่านั้นเอง บางทีก็ฝากเพื่อนนี่ล่ะไปซื้อก็เพื่อนที่พักอยู่หอเดียวกันเนี่ยล่ะค่ะ ใครจะไปแถวนั้นถ้าไม่ไปด้วยก็ฝากกันซื้อได้ค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะใส่ไม่ได้ด้วย คือกระโปรงแบบนี้จะเหมือนๆ กันทั้งหมด
            การที่นักศึกษาใส่เสื้อรัดติ้วส่งผลต่อสมองทำไห้สมองไม่พัฒนา เตือนภัยนักศึกษาหญิงชอบใส่เสื้อนักศึกษารัดติ้ว นอกจากจะต้องโชว์หน้าอกตัวเองแล้ว ยังส่งผลถึงระบบหายใจ และจะนำไปสู่การเป็นโรคต่างๆ ที่สำคัญสมองจะพัฒนาได้ช้า ดร.จิตรา ดุษฎีเมธา ประธานโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า การที่เด็กวัยรุ่นนิยมใส่เสื้อผ้ารัดรูป โดยเฉพาะชุดนิสิต นักศึกษา โดยเลือกเสื้อที่มีขนาดเล็กมากๆ และต้องมี S หลายๆ ตัว ว่า เพื่อแสดงให้เห็นว่ารูปร่างของผู้สวมไส่เล็ก โดยบางคนอาจสวมใส่เสื้อผ้าที่มีขนาด SS (2 เอส) หรือ SSS (3 เอส) หรือ SSSS (4 เอส) หรือ SSSSS (5 เอส) เพื่อสร้างภาพให้ตัวเองดูเซ็กซี่ สวย เป็นที่ดึงดูดของเพศตรงข้าม และเป็นที่น่าสนใจมากขึ้น อาจจะนำไปสู่การได้โอกาสความก้าวหน้าในชีวิต   วัยรุ่นหรือเยาวชนผู้หญิงจะสนใจความสวยงาม รูปร่างหน้าตา ความเซ็กซี่ ขณะที่วัยรุ่นหรือเยาวชนชายจะให้ความสำคัญกับอำนาจ ตำแหน่ง เงินทอง จะเห็นว่าวัยรุ่นมักทำตามแบบสื่อ เห็นนางแบบ นักร้อง นักแสดง ซึ่งต้องผอม เมื่อเสพสื่อมากๆ ก็อยากผอม ไม่ยอมกิน และต้องใช้วิธีอดอาหาร เนื่องจากไม่อยากออกกำลังกาย ทั้งนี้ สื่อตามนิตยสาร หนังสือพิมพ์มีการโฆษณาลดความอ้วน ซึ่งต้องใช้เงิน เมื่อไม่มีเงินก็ต้องใช้วิธีสวมใส่เสื้อตัวเล็กๆ รัดๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องกินอาหาร หรือกินก็กินได้น้อย เสื้อที่รัดมากๆ ช่วงกระดุมจะมีรอยเปิดเป็นช่องทำให้เห็นร่องอกและเสื้อชั้นใน นิสิต นักศึกษาจำนวนไม่น้อยก็ตั้งใจสวมใส่เสื้อลักษณะนี้ เพราะต้องการโชว์เรือนร่าง มีการประกวดประชันรูปร่างกัน" ดร.จิตรายังกล่าวด้วยว่า ชุดนิสิต นักศึกษาที่รัดมากๆ จะทำให้ผู้สวมใส่หายใจได้สั้นและตื้น บางคนไม่ยอมหายใจ แต่จะกลั้นไว้เป็นช่วงๆ แล้วค่อยหายใจครั้งเดียว จะเห็นว่าลมหายใจไม่สม่ำเสมอ ซึ่งลมหายใจถือเป็นชีวิตของทุกคน เป็นพื้นฐานของชีวิต เมื่อไหร่ที่เราไม่มีลมหายใจเราต้องตาย การหายใจตื้น สั้น ทำให้นำออกซิเจนไปสู่สมองและเซลล์ทั่วร่างกายได้ไม่ทั่วถึง จึงนำไปสู่ปัญหาทางร่างกาย ทำให้เหนื่อยง่าย วิงเวียน มึน สมองเบลอ เรียนหรือทำงานไม่ได้ดี ไม่มีสมาธิ โดยเฉพาะสมองไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ซึ่งถ้าไม่ปรับเปลี่ยนวิธีการหายใจให้ยาวและลึก อาจจะนำไปสู่การเกิดโรคต่างๆ ได้เกือบทุกโรค  ทั้งนี้ การสวมเสื้อที่รัดแน่นมากๆ ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เนื่องจากการสวมใส่เสื้อตัวเล็กทำให้กินอาหารได้น้อย หรือบางคนอาจจะไม่ยอมกินอาหาร ดังนั้น นิสิต นักศึกษาไม่ควรจะสวมเสื้อตัวเล็ก เพราะจะทำให้หายใจไม่สะดวก จะเกิดผลร้ายต่อร่างกายได้ นิสิตนักศึกษาสาวใส่เสื้อตัวเล็กรัดรูป หวังสวยงาม เซ็กซี่ และลดความอ้วนทางอ้อม จะส่งผลทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอันเนื่องมาจากระบบการหายใจผิดปกติ สมองพัฒนาช้า แต่จากการสำรวจความคิดเห็นของนักศึกษาสาวจำนวนหนึ่งส่วนใหญ่ไม่หวั่นกับคำเตือนดังกล่าว แต่จะหลีกเลี่ยงไม่สวมใส่เสื้อผ้าลักษณะดังกล่าวในรายวิชาที่อาจารย์เข้มงวดเรื่องการแต่งกายเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวถึงการแต่งกายนิสิตนักศึกษาที่รัดรูป และนักวิชาการระบุว่าทำให้เด็กต้องอดอาหารและรัดมากจนสารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการเรียนว่า คงต้องขอให้หน่วยงานดูแลนิสิตนักศึกษาทั้งของสำนักงานคณะกรรมการการอุมดศึกษา และสำนักงานกรรมการการอาชีวศึกษา ไปดูเรื่องนี้ลึกลงไปโดยขอความรู้จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโดยตรง มาให้ข้อมูลและคำแนะนำกับเด็ก ซึ่งเรื่องการแต่งกายในสังคมไทยที่กลายเป็นค่านิยมและแฟชั่น หากใครแต่งตัวแตกต่างจากคนอื่น ๆ จะถูกหาว่าเชย ล้าสมัย ขณะที่ระเบียบการแต่งกายของ ศธ.ที่มีอยู่ไมได้กำหนดรายละเอียดถึงขนาดความกว้าง ความคับหรือหลวมของชุดนักเรียนนักศึกษาเพียงแต่กำหนดเรื่องอย่าให้สั้น อย่าให้ลึก คงจะให้หน่วยงานเกี่ยวข้องพิจารณาถึงระเบียบว่าเหมาะสมแล้วหรือไม่ แต่สุดท้ายต้องเป็นเรื่องของมหาวิทยาลัยที่มีอิสระในการบริหารจะตัดสินใจ ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้านิสิตนักศึกษาอยากจะมีหุ่นที่ดีสุขภาพร่างกายที่ดีก็อยากจะให้หันมาออกกำลังกาย และสร้างแนวคิดใหม่ คนสวยรูปร่างดีต้องเป็นคนที่มีสุขภาพดี แข็งแรง มีกล้ามเนื้อ มากกว่าจะเน้นกันที่ผอมเพียงอย่างเดียว
           









แหล่งอ้างอิง
วัฒนธรรมไม่ปลื้มชุด นศ. หญิง-ชาย  จี้มหาวิทยาลัยเข้มงวด (ออนไลน์).
          แหล่งที่มา : http://www.sci.nu.ac.th/websci/project/sciweek2550/website/P/01/worong.htm
 ปัญหาการแต่งกายของนักศึกษา (ออนไลน์).
         แหล่งที่มา :  http://www.learners.in.th/blogs/posts/336640
                                                                                                                                                                       

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น